Home ข่าวประชาสัมพันธ์ สาระน่ารู้ การตรวจ มะเร็งปากมดลูก "หนทางรอดพ้น...จากมะเร็ง"
|
|
การตรวจ มะเร็งปากมดลูก "หนทางรอดพ้น...จากมะเร็ง" |
|
|
|
มะเร็งปากมดลูก เป็นมะเร็.ที่พบมากที่สุดของสตรีไทย และพบมากที่สุดทางภาพเหนือ ซึ่งสถิติในประเทศไทยพบผู้ป่วยรายใหม่กว่าปีละ 6,000 ราย เสียชีวิตกว่า 3,000 ราย หรือประมาณ 9 รายต่อวัน
ไวรัสเอชพีวี (HPV) เป็นสาเหตุของการเกิดมะเร็งปากมดลูก ติดต่อโดยการสัมผัสหรือากรมีเพศสัมพันธ์ ซึ่งการติดเชื้อดัง กล่าวกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ ร่างกายสารถกำจัดเองได้ภายใน 2 ปี มีเพียงส่วนน้อยเท่านั้นที่มีการติดเชื้อแบบฝังแน่น ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของเซลล์ปากมดลูก จนก้าวหน้าไปเป็นมะเร็งในที่สุด ทั้งที่ในความเป็นจริง การเปลี่ยนแปลงที่ผิดปกติของเซลล์ปากมดลูกใช้เวลาประมาณ 3-5 ปี ก่อนจะลุกลามเป็นมะเร็งขั้นรุนแรงซึ่งหากเราเข้ารับการตรวจร่างกายเพื่อค้นหามะเร็งเริ่มแรก จะทำให้แพทย์มีโอกาสรักษาให้หายขาดได้
การตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก มีกี่วิธี ? มีหลายวิธี โดยวิธีที่นิยมใช้กันมานานคือ การตรวจทางเซลล์วิทยา ซึ่งในปัจจุบันมี 2 วิธี คือ 1. การตรวจแปปเมียร์(Pap smear) 2. การตรวจตินอพร็พ (ThinPrep)
ใครบ้างที่ควรได้รับการตรวจหาเซลล์มะเร็งปากมดลูกด้วยวิธี "ตินเพร็พ"
ศูนย์มะเร็งลำปาง กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารสุขให้บริการตรวจหาเซลล์มะเร็งปากมดลูกด้วยวิธี "ตินเพร็พ"ตามแนวทางการให้บริการ ต่อไปนี้
1. ผู้ป่วยต้องการตรวจ 2. แพทย์เห็นควรให้มีการตรวจด้วยวิธี "ตินเพร็พ" ซึ่งมีข้อบ่งชี้ดังนี้ สตรีที่มีผลการตรวจแบบแป๊ปสเมียร์ผิดปกติ สตรีที่ผลการตรวจแบบแป๊ปสเมียร์พบการอักเสบติดต่อกัน 2 ครั้ง สตรีที่เคยเป็นมะเร็งปากมดลูกหรือระยะก่อนลุกลามที่ได้รับการรักษามาแล้ว
3. สตรีที่ปากมดลูกยากต่อการเก็บเซลล์ ได้แก่ ไม่เคยผ่านการคลอดบุตรตามธรรมชาติ หมดประจำเดือน ไม่มีเพศสัมพันธ์ ใช้ยาคุมกำเนิดเป็นเวลานาน
ต้องทำอย่างไร หากผลการตรวจหาเซลล์ปากมดลูกพบความผิดปกติ?
หากพบความผิดปกติของเซลล์บริเวณปากมดลูก ทั้งนี้ไม่ว่าจากการตรวจด้วยวิธีใด แพทย์จะแจ้งให้ท่านทราบ แนะนำการค้นหาความผิดปกติไม่ได้หมายความว่า ท่านเป็นมะเร็งแล้ว เซลล์ที่พบความผิดปกติอาจเกิดจากสาเหตุอื่นได้ จึงขอให้มาพบแพทย์ เพื่อตรวจเพื่อมเติม และรักษาต่อไป
ภาพแสดงความแตกต่างของเซลล์บนกระจกแก้ว วิธีตินเพร็พ (ThinPap test)
น้ำยาตินเพร็พ มีลักษณะพิเศษ สามารถสลายมูกเลือดและเม็ดเลือดแดงได้ เซลล์บนกระจกแก้วจึงไม่มีมูกเลือดบดบังเซลล์เรียงตัวแบบบาง อ่านผลง่าย โอกาสพบเซลล์มะเร็งสูง
วิธีดั้งเดิม (Conventional Pap smear)
เซลล์บนกระจกแก้วมีมูกเลือดบดบัง เซลล์ซ้อนทับกันอาจบดบังเซลล์มะเร็งได้ ทำให้อ่านผลยาก โอกาสผิดพลาดสูง ตารางเปรียบเทียบวิธีการตรวจแบบแป๊ปเสมียร์ (Pap smear) กับการตรวจ (ThinPap )
วิธีการตรวจ | ข้อดี | ข้อด้อย | การเบิกข้าราชการ | การตรวจแบบแป๊ปเสมียร์ (Pap smear) | -ทำได้ง่าย ทำได้ในทุกสถานพยาบาล -ราคาถูก ประมาณ 100 บาท -สามารถใช้เครื่องมือ และอุปกรณ์ที่มีอยู่เดิมได้ | - อาจให้ผลไม่แม่นยำ ตรวจไม่พบเซลล์ ผิดปกติได้ประมาณ 15%-55% จากการที่เซลล์ส่วนใหญ่ติดอยู่ที่ไม้อุปกรณ์ หรือในกรณีที่มีการอักเสบ หรือเลือดออกร่วมด้วย | -เบิกได้ตามระเบียบ ราชการ 100 บาท | การตรวจแบบตินเพร็พ (ThinPap) | -คุณภาพเซลล์บนกระจกแก้วที่ใช้ในการตรวจดีขึ้น พบเซลล์ผิดปกติได้ง่าย -เพิ่มความแม่นยำในการตรวจหาเซลล์มะเร็งปากมดลูก ระยะก่อนลุกลาม -ถ้าผลเป็นลบสามารถยืดระยะเวลาการตรวจหาเซลล์ มะเร็งปากมดลูกจากทุก ๆ ปี เป็น ปีเว้นปีได้ เพราะมีความถูกต้องมากขึ้น -เซลล์ที่เหลือในขวดน้ำยาสามารถส่งตรวจ หาไวรัสเอชพีวี ซึ่งเป็นสาเหตุของมะเร็งปากมดลูกต่อได้ (HPV DNA ราคา 1,600 บาท เบิกได้) | - ราคาประมาณ 500 บาท -ทำได้เฉพราะที่ซึ่งมีเครื่องมือและอุปกรณ ์ในการเก็บเซลล์ -เปิดบริการได้เฉพราะสถานพยาบาล ที่นักเซลล์วิทยา และพยาธิแพทย์ ได้รับการฝึกอบรม ใรการแปลผลมาอย่างดี | - เบิกได้ตามระเบียบ ราชการ 100 บาท (ส่วนเกิน 400 บาทเบิกไม่ได้) |
ข้อแนะนำ: มะเร็งปากมดลูก เป็นมะเร็งร้ายที่ป้องกันได้ ถ้าได้รับการตรวจคัดกรองอย่างสม่ำเสมอ การตรวจไม่ยุ่งยากและเสียค่าใช้จ่ายน้อยเมื่อเทียบกับการรักษาหลังเป็นมะเร็งปากมดลูกแล้ว และการตรวจพบเซลล์ผิดปกติก่อนเป็นมะเร็งระยะลุกลาม สามารถรักษาให้หายขาดได้

ขอรับการตรวจได้ที่ : ศูนย์มะเร็งลำปาง กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข จองคิวตรวจร่างกายเพื่อค้นหามะเร็งระยะเริ่มแรก วันจันทร์-วันศุกร์ เวลา 8.00 น.-16.00 น. โทร 054-335262-8 ต่อ 160 |
|