|
ฉันต้องตรวจมะเร็งปากมดลูกหรือเปล่า ?
ผู้หญิงทุกคนที่อายุระหว่าง 35-60 ปี ซึ่งเคยมีเพศสัมพันธ์ ควรต้องทำ Pap Smear ทุก 5 ปี แม้ว่าคุณจะหมดประจำเดือนไปแล้ว หรือไม่มีเพศสัมพันธ์มาหลายปีก็ตาม ทำไมต้องตรวจมะเร็งปากมดลูก (แป็ปสเมียร์)?
แป๊ปสเมียร์ (Pap Smear) สามารถาที่จะตรวจพบสิ่งผิดปกติบนปากมดลูกได้ ซึ่งมันอาจจะเป็นสัญญาณเตือนว่ามีการเริ่มเปลี่ยนแปลงปากมดลูก การเปลี่ยนแปลงนี้ ยังไม่ใช่มะเร็งแต่อาจจะกลายเป็นมะเร็งได้ หากไม่ได้รับการรักษา การตรวจแป๊ปสเมียร์ (Pap Smear) ส่วนใหญ่จะให้ผลเป็นลบ แต่ถ้าหากเป็นบวก หรือสงสัยเป็นมะเร็งก็จะต้องตรวจโดยวิธีอื่นต่อไป ถ้าเราตรวจแป๊ปสเมียร์ (Pap Smear) อย่างสม่ำเสมอ ก็จะสามารถป้องกันการเกิดมะเร็งปากมดลูกในระยะลุกลามได้
ปากมดลูกนี้อยู่ที่ไหน ?
ปากมดลูก คือ ส่วนล่างของมดลูก ขณะที่คลอดบุตร ปกมดลูกจะยืดยาวออกและให้ทารกผ่านลงไปในช่องคลอด ปากมดลูกถูกคลุมด้วยแผ่นเซลล์บาง ๆ หลายล้านเซลล์  การตรวจแป๊ปสเมียร์ (Pap Smear) ทำอย่างไร ?
เป็นการตรวจที่ง่ายมากและใช้เวลาเพียง 2-3 นาที เท่านั้น ไม่เจ็บ ไม่ปวด ไม่ใช่การผ่าตัดแพทย์หรือพยาบาลจะสอดเครื่องมือที่เรียกว่า คีมปากเป็ดอันเล็ก ๆ เข้าไปในช่องคลอด ก็จะเห็นปากมดลูกอย่างง่ายดาย แพทย์ก็จะใช้ไม้บาง ๆ และแปรงขนาดจิ๋ว ขูดเอาเซลล์บริเวณปากมดลูก และป้ายบนแผ่นกระจกและส่งไปยังห้องปฏิบัติการ แป๊ปสเมียร์ (Pap Smear) ให้ผลถูกต้องมากไหม ?
ปัจจุบันแป๊ปสเมียร์ (Pap Smear) เป็นวิธีการคัดกรองที่่ดีที่สุดสำหรับมะเร็งปากมดลูก มันก็เหมือนวิธีคัดกรองอื่น ๆ แป๊ปสเมียร์ (Pap Smear) ไม่ให้ผลถูกต้องร้อยเปอร์เซ็นต์ บางครั้งอาจจะให้ผลเป็นลบทั้ง ๆ ที่มีเซลล์ผิดปกติที่ปากมดลูก แต่ถ้าทำแป๊ปสเมียร์ (Pap Smear) อย่่างสม่ำเสมอจะสามารถวินิจฉัยมะเร็งในระยะเริ่มแรกได้ ทำแป๊ปสเมียร์ (Pap Test) เจ็บไหม ?
การทำแป๊ปสเมียร์ (Pap Smear) บางครั้งจะระคายเคืองเล็กน้อยแต่ไม่ถึงกับเจ็บ หายใจเข้าออกลึก ๆ ยาว ๆ และทำตัวสบาย ๆ จะช่วยให้ดีขึ้นไม่ต้องกังวล และเลือกหมดหรือพยาบาลหรือเจ้าหน้าที่สาธารณสุขที่คุณมั่นใจเป็นผู้ตรวจมะเร็งปากมดลูกให้คุณ ฉันยังแข็งแรงอย่างนี้ต้องตรวจแป๊ปสเมียร์ (Pap Smear) ด้วยหรือ ?
การตรวจแป๊ปสเมียร์ (Pap Smear) อย่างสม่ำเสมอยังมีความจำเป็น แม้ว่่าคุณจะมีสุขภาพแข็งแรง เพราะการที่มดลูกมีการเปลี่ยนแปลงไปเป็นมะเร็งอาจจะไม่เจ็บปวด หรือมีอาการใด ๆ เลย สิ่งผิดปกติเหล่านี้จำเป็นต้องรักษาก่อนที่จะกลายไปเป็นมะเร็ง บางคนมีเลือดออกหรือตกขาวผิดปกติ ควรจะต้องรีบปรึกษาแพทย์โดยด่วน แม้ว่าผลการตรวจมะเร็งปากมดลูกจะปกติก็ตาม ฉันจะต้องตรวจ (Pap Smear) หรือเปล่า ถ้าเคยตัดปากมดลูกออกไปแล้ว ?
ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องตรวจมะเร็งปากมดลูก (Pap Smear) ถ้าคุณได้ผ่าตัดมดลูก และปากมดลูกออกไปเนื่องจากเนื้องอก หรือสาเหตุอื่น ๆ ที่ไม่ใช่มะเร็ง ในกรณีที่ผ่าตัดมดลูกออกแต่เหลือปากมดลูกไว้หรือผ่าตัดมดลูกพร้อมทั้งปากมดลูกออก เนื่องจากสาเหตุของมะเร็งคุณก็ยังคงต้องตรวจมะเร็งปากมดลูก (Pap Smer) อย่างสม่ำเสมอตามแพทย์แนะนำ ช่วงเวลาไหนที่เหมาะสมที่จะตรวจมะเร็งปากมดลูก (Pap Smear) ?
สำหรับผู้ที่ยังมีประจำเดือนมาตามปกติช่วงเวลาที่เหมาะก็คือ ช่วงหลังประจำเดือนหมดแล้ว 7-10 วัน สำหรับผู้ที่หมดประจำเดือนแล้วเวลาไหนก็ได้ที่สะดวก จะตรวจมะเร็งปากมดลูกได้ที่ไหน ?
โรงพยาบาล สถานพยาบาล คลินิก สถานีอนามัยทุกแห่งของรัฐ และเอกชน สามารถตรวจมะเร็งปากมลูกได้ ซึ่งแพทย์ พยาบาล เจ้าหน้าที่สาธารณสุข ได้รับการอบรมให้ตรวจมะเร็งปากมดลูกได้ ในโครการ 30 บาท ฟรี ! ใช้เวลานานเท่าไหร่จะรู้ผลการตรวจ ?
ส่วนใหญ่ใช้เวลา 1 สัปดาห์ - 4 สัปดาห์ ควรตรวจ Pap Smear เมื่ออายุเท่าไหร่ ?
สตรีที่มีเพศสัมพันธ์แล้วทุกคนควรตรวจทุกปีหรือ 2 ปี หากได้ผลปกติ 2-3 ครั้ง ก็สามารถจะเว้นระยะห่างออกไปได้ แต่ถ้าหากไม่สามารถจะทำได้ตลอดอย่างน้อย ก็ควรตรวจเมื่ออายุ 35 ปี และตรวจทุก 5 ปี จนอายุ 60 ปี "เพื่อให้จำง่ายในการปฏิบัติทุกคนควรจะตรวจเมื่อ อายุ 35, 40, 45, 50, 55 และ 60 ปี" จะปลอดภภัยต้องตรวจมะเร็งปากมดลูกอย่างสม่ำเสมอ ?
ส่วนใหญ่ที่ตรวจมะเร็งปากมดลูกผลจะปกติมีบางคนเท่านั้นจะมีผลผิดปกติ โปรดจำไว้ว่าหากผลการรตรวจผิดปกติต้องรีบพบสูตินรีแพทย์ทันที เพื่อจะตรวจและรักษา หากปล่อยทิ้งไว้จะกลายเป็นมะเร็งระยะลุกลาม รักษาลำบากและเสียชีวิตได้ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์มะเร็ง ลำปาง โทร.054-335-262-8 ต่อ 222 หรือ สถาบันมะเร็งแห่งชาติ โทร. 0-2246-0061 ต่อ 2209, 2215 สายด่วนมะเร็ง โทร. 1668 |